“ตื่นตากับโครงสร้างเขื่อนคอนกรีตโค้งหนึ่งเดียวในไทยที่ยิ่งใหญ่อลังการ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดตาก และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางล่องแพสำรวจธรรมชาติสู่ดอยเต่า”
เขื่อนภูมิพล (Bhumibol Dam) เดิมมีชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า เขื่อนยันฮี ตามชื่อของเขาบริเวณนั้น เริ่มต้นโครงการด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่มั่นคง การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2496 ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเป็นงานที่หินและยากลำบากที่สุด เพราะต้องนำเครื่องจักรขนาดใหญ่ลัดเลาะผ่านป่าเขาเข้ามา และต้องใช้แรงงานคนนับพันในการสกัดหินและเทคอนกรีตมหาศาล ต่อมาในปี พ.ศ. 2500 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้ใช้ชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล และทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2507 นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของพลังงานไทย
สถาปัตยกรรมระดับโลก:
- ในเชิงวิศวกรรม เขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนคอนกรีตฉีดโค้งแบบ Single Arch Concrete Dam ที่มีความสูงถึง 154 เมตร (เทียบเท่าตึกประมาณ 50 ชั้น) และยาวกว่า 486 เมตร ความโค้งของเขื่อนไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบเพื่อให้แรงดันของน้ำถูกส่งไปยังผนังหน้าผาหินปูนทั้งสองข้าง ช่วยให้เขื่อนรับน้ำหนักน้ำได้มหาศาลโดยใช้เนื้อคอนกรีตน้อยกว่าเขื่อนแบบตรงทั่วไป
ประโยชน์ของเขื่อนภูมิพล:
-
การผลิตไฟฟ้า: เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ช่วยส่งกระแสไฟฟ้าไปหล่อเลี้ยงบ้านเรือนและอุตสาหกรรมมานานหลายทศวรรษ
-
การเกษตรและการชลประทาน: น้ำที่กักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (ซึ่งใหญ่จนดูเหมือนทะเลสาบกลางหุบเขา) ถูกปล่อยออกมาเพื่อหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มแม่น้ำปิงและเจ้าพระยากว่า 10 ล้านไร่ ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปีแม้ในฤดูแล้ง
-
การป้องกันน้ำท่วม: ช่วยชะลอน้ำจากภาคเหนือไม่ให้ไหลลงไปสมทบกับน้ำในภาคกลางเร็วเกินไปในช่วงฤดูน้ำหลาก ช่วยลดความเสียหายจากอุทกภัยได้นับครั้งไม่ถ้วน
สิ่งที่น่าชม:
-
สันเขื่อนคอนกรีตโค้ง: นี่คือจุดชมวิวที่สวยที่สุด คุณสามารถเดินรับลมบนสันเขื่อนเพื่อชมทัศนียภาพแบบ 360 องศา ฝั่งหนึ่งคือผืนน้ำสีฟ้าครามกว้างใหญ่มหาศาลที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาสูง ส่วนอีกฝั่งคือวิวด้านล่างเขื่อนที่มองเห็นแม่น้ำปิงไหลทอดยาวไปตามชุมชน เป็นจุดที่สะท้อนถึงความสามารถของมนุษย์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์
-
สวนรวมฤทัย: ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างเขื่อน เป็นสวนหย่อมที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีทั้งไม้ดอกสีสันสดใสและไม้ประดับที่ตัดแต่งอย่างมีระเบียบ บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นพักผ่อน ถ่ายรูปเช็คอิน หรือนั่งปิกนิกรับลมเย็นๆ ที่พัดมาจากหน้าเขื่อน
-
อาคารจัดการน้ำและโรงไฟฟ้า: สำหรับใครที่ชอบสาระความรู้ สามารถเดินชมอาคารที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการทำงานของเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งจะทำให้เราเห็นภาพว่าน้ำตกจากที่สูงถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ส่องสว่างไปทั่วประเทศได้อย่างไร
-
พระพุทธศิริกิตติทีปังกร: พระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณเขื่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้ขอพรพร้อมชมวิวจากมุมสูงไปพร้อมกัน
กิจกรรมไฮไลท์:
- กิจกรรมยอดนิยมคือ การล่องแพเหนือเขื่อนภูมิพล นักท่องเที่ยวนิยมล่องไปสักการะ วัดพระธาตุแก่งสร้อย วัดโบราณกลางน้ำ หรือเลือกการล่องแพพักแรมระยะไกลไปจนถึง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบของผืนน้ำ ภูเขา และเกาะแก่งกลางอ่างเก็บน้ำ
가는 방법
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองตาก ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) มุ่งหน้าไปทางลำปาง เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 463 บริเวณแยกสามเงา ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1107 และ 1357 จากนั้นขับต่อไปประมาณ 17 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอดสาย เดินทางสะดวก รถทุกชนิดสามารถเข้าถึงได้
여행 팁
-
จุดถ่ายรูป: นอกจากสันเขื่อนแล้ว บริเวณสะพานแขวนและจุดชมวิวเหนือเขื่อนจะช่วยเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของตัวเขื่อนได้ครบถ้วน
-
ที่พัก: แนะนำบ้านพักรับรองของ กฟผ. เขื่อนภูมิพล ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและมองเห็นวิวเขื่อนได้ชัดเจน ควรจองล่วงหน้าในช่วงเทศกาล
-
ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว (ต.ค. – ธ.ค.) อากาศดี ผืนน้ำเต็มอ่าง และภูเขาเขียวขจี
-
ของฝาก: ปลาน้ำจืดแปรรูปและสินค้าโอทอปจากชุมชนชาวสามเงา บริเวณหน้าเขื่อน
ค่าเข้าชม (Admission Fee) และค่าบริการ:
| ประเภท | รายละเอียด | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| การเข้าพื้นที่ | เข้าชมเขื่อนภูมิพล | ฟรี |
| บ้านพักรับรอง กฟผ. | บ้านพักทั่วไป (พัก 2 ท่าน) | 800 – 1,200 บาท/คืน |
| บ้านพักครอบครัว / กลุ่ม | 1,500 – 3,000 บาท/คืน | |
| พื้นที่กางเต็นท์ | ค่าบำรุงสถานที่ | 30 – 100 บาท/คน/คืน |
| ล่องแพ (เหมากลุ่ม / ค้างคืน) | ราคาต่อท่าน (รวมอาหารตามโปรแกรม) | 700 – 1,800 บาท/คน |
| ราคาเหมาลำ (กลุ่ม 30–50 ท่าน) | 25,000 – 65,000 บาท/ลำ | |
| เรือหางยาวเหมาลำ | ชมวิวรอบเขื่อน / สะพานแขวน | 500 – 800 บาท/ลำ |
| ล่องไปวัดพระธาตุแก่งสร้อย | 3,500 – 5,000 บาท/ลำ |
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.