ทริปท่องเที่ยว
ชื่อทริป |
รายละเอียด |
เข้าดู |
วันที่ |
|
|---|---|---|---|---|
|
세계의 숨겨진 계곡 마을들 |
세계의 거대한 산맥 중에는 조용히 숨겨진 작은 산중 마을들이 있습니다. 유럽의 알프스부터 히말라야 산맥, 동남아시아의 석회암 지형에 이르기까지 여러 지역에 분포해 있습니다. 이러한 마을들은 아름다운 경관뿐만 아니라 삶의 방식, 문화, 큰 도시에서 찾아보기 힘든 고요한 평화를 반영합니다. 유럽의 산중 마을, 예를 들어 체르마트(Zermatt)와 라우터브루넨(Lauterbrunnen)은 웅장한 알프스 산맥의 전망으로 유명합니다. 눈 쌓인 봉우리와 폭포, 여름의 푸른 초원이 로맨틱하고 고요한 분위기를 연중 내내 제공합니다. 일본의 세계유산 마을인 시라카와고(Shirakawa-go)는 자연과 유기적으로 어우러진 전통 가쇼 스타일의 주택을 통해 지역 지혜를 보여줍니다. 히말라야 산맥의 많은 마을들, 예를 들어 남체 바자르(Namche Bazaar)과투르툭(Turtuk)은 전통적인 생활 방법을 유지하는 높은 산악 공동체의 매력을 반영합니다. 거대한 자연 환경, 고유한 문화, 역사적인 매력을 지닌 고대 도시의 분위기에 둘러싸여 있습니다. 동남아시아에서는, 예를 들어 방비엥의 라오스가 석회암 산과 강에 둘러싸인 아름다움으로 유명하며, 태국의 매깜팡은 자연 속에 소박한 자연 생활의 매력을 간직한 또 다른 예입니다. 이곳은 느린 삶의 여행을 명확하게 표현하는 관광지입니다. 각 마을이 서로 다른 지형, 문화 및 대륙에 위치해 있지만, 공통점은 평화로운 고요함, 가까운 자연, 느리게 흐르는 삶의 리듬입니다. 이를 통해 방문객은 바쁜 외부 세계에서 잠시 벗어난 것 같은 느낌을 받습니다. 여러분이 자연의 아름다움, 고요함, 지역 생활의 매력을 찾고 있다면, 이러한 산중 마을은 직접 경험해야 할 가치가 있는 목적지입니다. 그리고 만약 여러분이 세계의 인상 깊었던 산중 마을에 방문한 경험이 있다면, 경험을 공유하거나 친구들에게 추천할 장소를 소개해 주세요. 추천하고 싶은 아름다운 마을이 있습니까? 함께 나눠봐요. |
|
0000-00-00 00:00:00
0 นาที |
|
เส้นทางแห่งศรัทธา พระแก้วมรกต |
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เส้นทางพระแก้วมรกต ประมาณนี้ครับ - เกาะลังกา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 800 - เมืองนครธม ในอาณาจักรขอมโบราณ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1000 - เมืองอโยชปุระ หรือเมืองอโยธยาโบราณ ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช - เมืองกำแพงเพชร ในสมัยพระยาวิเชียรปราการ - เมืองเชียงราย ในสมัยเจ้ามหาพรหม ประมาณปี พ.ศ. 1979 - นครเขลางค์ หรือเมืองลำปาง ระหว่างปี พ.ศ. 1979 – พ.ศ. 2011 - เมืองเชียงใหม่ ระหว่างปี พ.ศ. 2011 – พ.ศ. 2096 ในสมัยพระเจ้าติโลกราช - เมืองหลวงพระบาง ในปี พ.ศ. 2096 - เมืองเวียงจันทน์ ระหว่างปี พ.ศ.2096 - พ.ศ. 2322 - กรุงธนบุรี ระหว่างปี พ.ศ. 2322 – พ.ศ. 2327 - กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2327 - ปัจจุบัน ------------------------------------------ ประวัติ(ตำนาน) ภาคแรก (การสถาปนา) ตามตำนานพระแก้วมรกต ในบันทึกแนบท้ายพระราชพงศาวดารเหนือ ระบุไว้ว่า พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในปี พุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ วัดอโศการาม กรุงปาฏลีบุตร ในแผ่นดินพระเจ้ามิลินท์ (เมนันเดอร์) โดยเริ่มแรก เริ่มจากพระนาคเสนเถระได้ปวารณา จะสร้างพระพุทธรูปให้สืบต่อพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช จึงได้เป็นกังวลว่าจะหาวัสดุใดมาสร้างพระพุทธรูปนี้ ด้วยปริวิตกว่า หากใช้ไม้ ก็จะไม่อยู่ถึง 5000 พระชันษา หากใช้เหล็ก ก็อาจจะถูกนำไปหลอมละลายเมื่อคราวจะมีผู้ทำลาย หากจะใช้หินศิลาธรรมดา ก็จะดูเป็นพระพุทธรูปสามัญทั่วไป จึงได้ตกลงปลงใจเลือกใช้แก้วมณีมาจำหลักพระพุทธรูป เพียงแต่ยังกังวลว่าจะใช้แก้วมณีชนิดใด การนั้น สมเด็จพระอมรินทราธิราช พร้อมกับพระวิสสุกรรมเทพบุตร ได้จำแลงกายเป็นมานพธรรมดา ไปกราบนมัสการพระคุณเจ้าว่า ตนทั้งสองเป็นพ่อค้าเดินทางมาหลายที่ ได้ไปพบแก้วรัตนโสภณมณีโชติ อันมีรัตตนายกดิลกเฉลิม 3000 ดวง สีแดงสุกใส ที่เขาวิบุลบรรพต (เวฬุบรรพต) ณ ดินแดนห่างไกลโพ้น คิดว่าเป็นแก้วที่เหมาะสมควร แก่การนำมาจำหลักพระพุทธรูปให้สืบพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช ว่าแล้วดังนั้น เมื่อถึงเขาวิบุลบรรพต สมเด็จพระอมรินทราธิราช จึงโปรดให้พระวิสสุกรรมเทพบุตร เข้าไปนำแก้วรัตนโสภณมณีโชติมา แต่พระวิสสุกรรมทรงกราบทูลว่า ยักษ์ผู้เฝ้าแก้วนั้นมิยอมมอบให้ สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงเสด็จด้วยพระองค์เอง พวกยักษ์ก็ยังกราบทูลไม่ถวายแก้วรัตนโสภณมณีโชติเช่นเดิม โดยทูลเหตุผลประกอบว่า แก้วนี้เป็นแก้วคู่บุญบารมีพระบรมศุลีจอมไกรลาส เป็นแก้วชั้นมหาจักรพรรดิ มิสามารถถวายให้ได้จริง สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงตรัสตอบว่า จะทรงนำไปจำหลักพระพุทธรูปให้สืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดล่วง 5000 พระชันษา เหล่ายักษ์จึงประชุมกันและลงความเห็น มอบแก้วโลกาทิพยรัตตนายก อันมีรัตนายกดิลกเฉลิม 1000 ดวง สีเขียวทึบ (หยกอ่อน) ให้ไปแทน เมื่อถึงวัดอโศการาม จึงทรงมอบให้พระนาคเสน และพระวิษุกรรมจึงทรงจำหลักพระพุทธรูปองค์นี้ถวายดังพระประสงค์ เมื่อจำหลักเสร็จเรียบร้อยเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม ตามประสงค์ของพระนาคเสนเถระแล้ว พระนาคเสนจึงบอกบุญไปยังอุบาสก อุบาสิกา สร้างมหาวิหารใกล้กับอโศการาม แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นประดิษฐานไว้เหนือแท่นรัตนบัลลังก์ และปฐมฐาปนาถวายพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต นอกจากนี้ในตำนานยังระบุด้วยว่าขณะที่ประดิษฐานอยู่นั้น พ่อค้าวานิช และพระมหาราชาธิราชจากประเทศต่างๆที่มาสักการะ ต่างพบเห็นพระแก้วมรกตเปล่งพระรัศมีออกมางามหาที่เปรียบมิได้ เป็นที่น่าพิศวงยินดียิ่งนัก พระนาคเสนจึงได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลงไปในพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต 7 พระองค์ คือพระโมลี พระนลาฏ พระนาภี พระหัตถ์ซ้าย-ขวา และพระเพลาซ้าย-ขวา แต่เมื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานแล้วนั้น เกิดเหตุการแผ่นดินไหวขึ้น พระนาคเสนเห็นเหตุการณ์นั้น จึงทราบด้วยฌานสมาบัติ และพยากรณ์ว่า พระแก้วองค์นี้ เห็นทีจะไม่ได้ดำรงพระชันษาตลอด 5000 พระพุทธศักราช หากจะให้ครบ ควรจะเสด็จไปโปรดสรรพสัตว์ในเบญจประเทศ คือ ลังกาทวีป กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และ สุวรรณภูมิ ภาค 2 (เสด็จลังกาทวีปและแผ่นดินกัมพูชา) พุทธศักราช 800 โดยประมาณในแผ่นดินพระเจ้าศิริกิตติกุมาร พระเชษฐราชโอรสในพระเจ้าตักละราช ขึ้นครองราชสมบัติเมืองปาฏลีบุตร เป็นช่วงที่เมืองปาฏลีบุตรเกิดมหากลียุค ทั้งมีการจลาจลภายในและข้าศึกภายนอก ผู้คนในปาฏลีบุตรที่เคารพนับถือพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต จึงลงความเห็นกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องอัญเชิญหนีมหาภยันตราย จึงอัญเชิญพระรัตนตรัย และพุทธบริษัท คือพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตในฐานะพระพุทธ พระไตรปิฎกธรรม ที่ประดิษฐานในวิหารนั้น พร้อมทั้งพระสงฆ์ พ่อค้าวานิชและชาวเมืองปาฏลีบุตรกลุ่มหนึ่ง ลงสู่สำเภาแล้วเดินทางลี้ภัยไปยังลังกาทวีป เมื่อถึงลังกาทวีปพระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปในสมัยนั้น(ไม่ได้ระบุพระนาม) ทรงรับรักษาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตเป็นอย่างดียิ่ง และทรงอุปถัมภ์ค้ำชูชาวปาฏลีบุตรเป็นอย่างดีสมควรตามความดีความชอบ พุทธศักราช 1000 โดยประมาณในแผ่นดินศรีเกษตรพุกามประเทศ พระมหากษัตริย์ผู้ครองนครขณะนั้นคือพระเจ้าอนุรุทธราชาธิราช(ภาษาบาลี) หรือ มังมหาอโนรธาช่อ(ภาษามอญ) พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีพระอานุภาพมาก บริบูรณ์ด้วยพลช้างพลม้าและทหารมากมาย แต่พระองค์ก็เป็นกษัตริย์ที่ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฐิ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง พระศีลขันธ์ภิกษุ และพระอาจารย์(ไม่ได้ระบุนาม) ได้ทำการพิจารณาพระไตรปิฎก ท่านเกิดสงสัยว่าพระไตรปิฎกธรรมในแผ่นดินพม่ารามัญทั้งปวงนั้น เห็นจะผิดอักขระไม่ต้องตามกระแสพระพุทธฎีกา จึงทูลพระเจ้าอนุรุทธไปตามนั้น พระเจ้าอนุรุทธได้ทรงสดับก็มีพระศรัทธาเลื่อมใส จึงตรัสถามถึงที่ตั้งของพระไตรปิฎกธรรมฉบับที่ถูกต้อง พระศีลขันธ์จึงทูลว่า พระไตรปิฎกฉบับที่สมบูรณ์ถูกต้องนั้น คือพระไตรปิฎกฉบับพระพุทธโฆษาจารย์เถระที่ลังกาทวีป พระเจ้าอนุรุทธจึงมีพระราชโองการ ดำรัสสั่งเสนาบดีให้แต่งสำเภาเชิญพระราชสาส์นสองลำ ให้แต่งพระราชสาส์นเป็นภาษามคธจารลงในแผ่นพระสุพรรณบัฏ และเครื่องราชบรรณาการอันเป็นต้นว่าดินสอแก้ว น้ำมันดิน พลอย ทับทิม รัตนชาติหลากชนิด และสิ่งของอื่นๆเป็นอันมาก แล้วโปรดให้อาราธนาพระภิกษุที่ทรงคุณธรรม 8 รูป ซึ่งรวมถึงพระศีลขันธ์ภิกษุและพระอาจารย์ พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ราชบุรุษ ทั้งราชทูต อุปทูต ตรีทูต และไพร่พลพอสมควร คุมพระราชสาส์นและเครื่องมงคลบรรณาการ โดยที่พระองค์เองประทับสำเภาพระที่นั่ง และพลทหารบริวารอีกหนึ่งลำ รวมเป็นสี่ลำ มุ่งหน้าสู่ลังกาทวีป ราชทูตพุกามเข้าเฝ้าถวายสาส์น พระเจ้าขัตติยศรีรามวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปก็เสด็จรับ ด้วยพระองค์เองที่พระราชวังริมฝั่งอ่าวลังกา พระสังฆราชลังกาก็ให้การอุปสมบทพระสงฆ์พุกามทั้ง 8 รูปเป็นภิกษุบริสุทธิ์พระเจ้าอนุรุทธ ดำรัสสั่งเสนาอำมาตย์ราชบัณฑิต ระดมคัดลอกพระไตรปิฎกและคัมภีร์สัททาวิเสส ซึ่งครั้งนั้น ชาวเมืองลังกาก็ช่วยคัดเพิ่มอีกสำรับหนึ่ง พระเจ้าอนุรุทธจึงขอพระราชทานพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต จากพระเจ้าขัตติยศรีรามวงศ์ ซึ่งด้วยเป็นพระราชไมตรีอันมาช้านานนั้น จึงต้องจำพระทัยยกให้ แต่ด้วยที่แผ่นศรีเกษตรพุกามนั้น มิได้เป็นแผ่นดินที่พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตจะประดิษฐาน เรือพระที่นั่งพระเจ้าอนุรุทธและเรือพระไตรปิฎกฉบับชาวพุกามคัดลอก สามารถกลับถึงกรุงพุกามได้เพียงสองลำ ส่วนเรือทรงพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต และพระไตรปิฎกฉบับชาวลังกาช่วยคัดลอกถูกพายุมรสุมพัด พลัดเข้าไปทางอ่าวกัมพูชาแทน พระเจ้านารายณ์ราชสุริยวงศ์ เจ้ากรุงอินทปัตถ์มหานคร แคว้นกัมพูชา มีพระรับสั่งว่า สำเภาซึ่งบรรทุกพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตกับพระไตรปิฎกนั้น เป็นของพระเจ้ากรุงพุกามจริงและทรงเห็นแก่พระราชไมตรี จึงทรงให้อำมาตย์คุมสำเภากลับไปถวายคืนแก่พระเจ้าอนุรุทธ แต่ส่งกลับไปเพียงพระไตรปิฎกเท่านั้น มิได้ส่งพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตไปด้วย แต่ถึงมิได้พระแก้วกลับมา พระเจ้าอนุรุทธก็ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และแก้ไขพระไตรปิฎกที่ผิดเพี้ยนทั้งหมดเสร็จสิ้นในปีพ.ศ. 1172 ภาค 3 (เสด็จประทับ เชียงแสน ล้านนา ล้านช้าง) หลังจากที่พระแก้วมรกตได้ประดิษฐานอยู่กรุงอินทปัตถ์นานพอสมควร(ไม่ได้ระบุปี) ในแผ่นดินพระเจ้าเสน่ห์ราช เกิดพายุฝนขนาดใหญ่ตกเป็นนิจกาลยาวนานหลายเดือน(ไม่ได้ระบุ) พระเจ้าเสน่ห์ราชก็สวรรคตด้วยอุทกภัยนั้น พระมหาเถระ(ไม่ปรากฏพระนาม) ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นสำเภาหนีไปยังที่ดอน พระเจ้าอติตะราช (อาทิตยราช) เจ้าครองนครอโยธยา(หมายถึงอโยธยาโบราณ) ทราบเรื่องจึงเสด็จกระบวนพยุหยาตรา ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ในที่ปลอดภัย โดยทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตประดิษฐานในพระมหาเวชยันตปราสาท และได้ประดิษฐานในนครอโยธยาอีกหลายรัชสมัย ต่อมาเจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพระบรมญาติกับกษัตริย์อโยธยาสมัยนั้น จึงทูลขอนำพระแก้วมรกตขึ้นไป ประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรอีกหลายรัชสมัย ซึ่งปัจจุบันก็คือวัดพระแก้วกำแพงเพชร ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร พระเจ้าพรหมทัศน์เจ้านครหิรัญนครเงินยางเชียงแสนทรงทราบว่าพระบรมราชาธิราช เจ้าเมืองกำแพงเพชรมีพระแก้วมรกต พระเจ้าพรหมทัศน์มีพระราชประสงค์ใคร่จะได้ ไปเป็นศรีนครแก่นครเชียงแสนจึงทูลขอต่อพระเจ้ากำแพงเพชร ด้วยสันถวไมตรีพระเจ้ากำแพงเพชรจึงได้ถวายให้นครเชียงแสน ต่อมานครเชียงแสนเกิดมีศึกกับนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เจ้าผู้ครองนครเชียงแสนในเวลานั้นได้พิจารณาว่า หากนำพระแก้วมรกต หลบภัยสงครามไปด้วยอาจจะเกิดอันตรายกับพระแก้วมรกตได้ จึงได้ทำการพอกปูนจนทึบและลงรักปิดทองเสมือนพระพุทธรูปสามัญทั่วไป แล้วบรรจุเก็บไว้ในเจดีย์วัดป่าญะในเมืองเชียงแสน จากนั้นกษัตริย์และพระราชวงศ์อพยพผู้คนลงมาทางใต้ ส่วนเมืองเชียงแสนก็ถูกตีแตกและ ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาในที่สุด เป็นอันจบส่วนของตำนาน เพราะหลังจากมีการพบพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต ในเจดีย์ป่าญะ วัดพระแก้วงามเมืองนั้น ก็เป็นเหตุการณ์ที่ได้มีการบันทึกตรงกันในทุกสำนัก หากแต่คลาดเคลื่อนเรื่องวันเดือนปีไปบ้าง เนื่องจากการนับศักราชต่างกัน |
|
2016-03-10 04:21:36
10 ปี |
|
ทริป มุกดาหาร-สะหวันนะเขต |
ทริป เที่ยววันเดียว มุกดาหาร-สะหวันนะเขต กลับมาค้างคืนที่ไทย ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 นั่งรถข้ามสะพาน แล้วไปเช่าเหมารถฝั่งลาวพาเดียว แบบเต็มวัน ไฮไลท์ที่พระธาตุอิงฮังและย่านตึกเก่าสะหวันนะเขต คนขับจะพาไปเอง แต่ถ้าเที่ยวได้ตามรูทนี้น่าจะสมบูรณ์แบบ จบทริปแล้วกลับมาพักที่ตัวเมืองมุกดาหาร ผมแนะนำ โรงแรมพลอยพาเลซ ราคาพันต้นๆ รวมอาหารเช้า ห้องพักอย่างดี http://www.gplace.com/2534 |
|
2016-03-03 17:09:50
10 ปี |
|
ทริป เชียงของ ห้วยทราย ไปเช้า เย็นกลับ |
เทียวันเดียว ไปเช้า กลับเย็น เชียงของ-ห้วยทราย ตืนแต่เช้า ไปด้านศุลกากรท่าเรือข้ามฟาก ฝากรถไว้แถวท่าเรือ ผ่านด่านตรวจฝั่งไทย นั่งเรือ ออกเก้าโมงกว่าๆ ตรวจบัตรเรียบร้อยที่ด้านห้วยทราย เดินโต๋เต๋เก็บภาพ แถวท่าเรือ เยี่ยมชมร้านค้า วัดศิลปะลาว แถวท่าเรือเห็นมีฝรั่งเยอะเตรียมตัวเดินทางบนเรือนอนไปหลวงพระบางจากห้วยทรายฝั่งนี้ เค้าว่ากันว่า เป็นอีกเส้นทางที่สะดวกและคลาสิกดี ไว้มีโอกาสน่าลองอ่ะ.... ผมเช่ารถสองแถวเหมาครึ่งวัน (จำราคาไม่ได้ ไม่น่าถึงพันบาท) เตรียมน้ำเตรียมท่า แล้วเริมทริปสำรวจ ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆครับ ดูพิกัดตามรายการด้านล่างนี้ได้เลย ย่านตัวเมืองห้วยทราย ดูน่าสนใจกว่าตลาดตจีน ครับ... |
|
2016-02-29 11:03:57
10 ปี |
|
ทริป นครพนม-ท่าแขก ไปเช้าเย็นกลับ |
ไปเช้าเย็นกลับ นครพนม - ท่าแขก ผมพักในตัวเมืองนคพนม "ฟอร์จูนริวเวอร์วิว" แล้วตีตั๋วเรือที่ด่านศุลกากรนครพนม ลงเรือไปท่าแขก จ้างรถสองแถวเหมาไป 1200 บาท (ถ้าผมจำราคาไม่ผิด) ใช้เวลาเที่ยวครึ่งวัน จากท่าเรือตรงด่านศุลกากรท่าแขก เราจะไปจุดไหนก่อนก็ได้ จุดแรกของผมตลาดสุขสมบูรณ์ ขายของชำทั่วๆไป ฝุ่นเยอะไปหน่อย แวะทานอาหารกลางวันง่ายๆแบบบุฟเฟ่ต์ (ไม่ค่อยถูกปากเท่าไร) สำหรับอาหารไว้มาสัมผัสเองน่ะครับ ต่อไปที่ถ้ำนางแอ่น ระหว่างทางนั่งรถตากลม ฟินๆ ชิลๆ ดี อากาศกำลังดีช่วงปลายปี เย็นๆ รถราไม่เยอะ ข้างทางมีแผงขายแดงโมเพียบ น่าสนใจดีแต่แบกกลับไปลำบาก ไม่เอาดีกว่า ผ่านภูเขาน้อยใหญ่แต่ทางเรียบตลอด รถบรรทุกวิ่งมาจากเวียดนามเยอะมาก หลังเปิด AEC คงเยอะอีกเป็นเท่าตัว ว่าแล้วก็มาถึงถ้ำนาแอ่น เป็นถ้ำที่ใหญ่มากพระเทพฯเคยเสด็จมาก่อน ใช้เวลาเดิน 1- 1 1/2 ชม. มีเรือให้นั่งภายในถ้ำเสียตังค์ต่างหาก แต่กลัวใช้เวลามากเกิน ผมไม่ได้ไปอ่ะ แวะซื้อน้ำผึ้งป่าก่อนกลับมาสองขวดๆละ 150 บาท ถูกดี ต่อด้วยถ้ำพระอินทร์ ไม่ค่อยมีอะไร แล้วรวดเดียวไปวัดพระธาตุศรีโคตรบอง เป็นวัดใหญ่มีศิลปะบานประตู ประวัติครั้นแต่สมัยศตวรรษที่ 6 ต้องไปให้ได้ แล้วให้รถแวะมาจอดแถวตึกเก่าในตัวเมืองท่าแขก เดินเล่นถ่ายรูปพักใหญ่ ก่อนไปส่งที่ ท่าเรือ...ตอนบ่ายแก่ๆ พอดีได้เวลาข้ามกลับ |
|
2016-02-29 09:56:35
10 ปี |
|
인생에 한 번은 꼭 가봐야 할 꿈의 목적지 |
세상의 어떤 장소들은 사진, 책, 또는 다큐멘터리를 통해 보며,언젠가는 꼭 거기에 직접 서 보고 싶다고 생각하게 됩니다. 컬렉션 인생에 한 번은 꼭 가봐야 할 꿈의 목적지는 히말라야 산맥의 하이킹 코스, 신앙심이 가득한 성스러운 사원, 유럽의 작은 호수 도시, 그리고 여행자들이 꿈꾸는 주요 랜드마크 등을 포함하여 여러 지역의 세계적인 장소를 아우릅니다. 어떤 장소는 에베레스트 베이스 캠프(Everest Base Camp)와 같은 인생의 도전 과제입니다. 어떤 곳은 탁상 사원 (Taktsang Monastery), 왓 프라깨우, 왓 시엥통 및 보드가야와 같은 신앙의 장소입니다. 또 다른 곳은 코모 호수(Lake Como)와 몽트뢰 호숫가(Montreux Lakeside) 및 오타루 운하와 같이 작은 호수 옆 고요한 도시의 매력에 있습니다. 또 어떤 곳은 에펠탑(Eiffel Tower), 밀라노 두오모(Duomo di Milano), 및 타워 브리지(Tower Bridge)와 같은 세계적인 도시의 상징입니다. 또한, 모허 절벽(Cliffs of Moher) 및 금문교(Golden Gate Bridge)와 같은 거대한 전설적인 자연경관이기도 합니다. 각 장소는 서로 다른 느낌을 줍니다. 어떤 곳은 직접 가서 확인하고 싶은 마음이 듭니다. 어떤 곳은 조용히 서서 가능한 한 오랫동안 경치를 즐기기에 적합합니다. 어쩌면 각자의 "꿈의 목적지"가 다를 수 있습니다.그러나 누구나 인생에 한 번쯤 꼭 가보고 싶은 한 곳은 있을 것입니다. 그렇다면 당신에게는...인생에 한 번은 꼭 방문하고 싶은 꿈의 목적지가 어디인가요? |
|
2016-02-18 18:24:51
10 ปี |