“เจดีย์พระบรมธาตุศรีวิชัยทรงสี่เหลี่ยมสูง 24 เมตร ล้อมด้วยเจดีย์ 4 ทิศและระเบียงคดพระศิลาทรายแดง พร้อมพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุสำคัญ”
วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร (Wat Phra Borommathat Chaiya Ratchaworawihan) เป็นวัดอารามหลวงชั้นเอกและปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในตำบลเวียง อำเภอไชยา ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 54 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 81 และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4011 โดยเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 137 ถือเป็น ศูนย์กลางทางศาสนาและหลักฐานสำคัญของอาณาจักรศรีวิชัย ที่รุ่งเรืองในอดีต
จุดเด่นสำคัญคือ องค์พระบรมธาตุไชยา ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 13–14 ในยุคที่อาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรืองสูงสุด มีลักษณะเป็น เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมจตุรมุขย่อมุม สูงประมาณ 24 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อเก็จ โดยรอบองค์พระธาตุมี เจดีย์บริวารทั้ง 4 ทิศ และล้อมด้วยวิหารคดหรือระเบียงคด ซึ่งประดิษฐาน พระพุทธรูปศิลาทรายแดงโบราณ ขนาดต่างๆ โดยรอบทั้ง 4 ด้าน สะท้อนถึงความงดงามและความรุ่งเรืองของศิลปกรรมในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน
ในด้านสถาปัตยกรรม องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานที่มีขนาดกว้างประมาณ 13 เมตร (วัดจากด้านทิศตะวันตก) ซึ่งเป็นฐานเดิมที่สร้างมาก่อนการบูรณะในสมัยหลัง โดยฐานนี้อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินปัจจุบัน ทางวัดได้ขุดพื้นที่โดยรอบให้เป็นลักษณะคล้ายสระลึกประมาณ 60–70 เซนติเมตร เพื่อเผยให้เห็นฐานเดิม และทำให้มีน้ำขังอยู่รอบฐานตลอดปี ในอดีตเคยมี “ตาน้ำ” ผุดขึ้นบริเวณนี้ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็น น้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคภัยได้ ก่อนที่จะถูกปิดไปในภายหลัง
องค์พระธาตุเปิดให้เข้าทางด้านทิศตะวันออก มีบันไดสำหรับขึ้นไปสักการะภายใน เมื่อเข้าไปจะพบโครงสร้างผนังก่ออิฐแบบโบราณที่ไม่สอปูน ลดหลั่นขึ้นไปสู่ยอดมุข อีกสามด้านเป็นผนังทึบ ที่มุมฐานมีเจดีย์ทิศตั้งอยู่ ส่วนบนขององค์เจดีย์เป็นหลังคาลดหลั่น 3 ชั้น ประดับด้วยรูปโค้งและ สถูปจำลองรวม 24 องค์ แสดงถึงความประณีตของช่างศรีวิชัย
แม้องค์พระธาตุจะผ่านการบูรณะหลายครั้ง โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการซ่อมแซมยอดเจดีย์ที่ชำรุด รวมถึงการขุดฐานเดิมและเสริมโครงสร้างใหม่ ตลอดจนการตกแต่งลวดลายปูนปั้นเพิ่มเติม และการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วง พ.ศ. 2521–2522 ที่เน้นการอนุรักษ์ของเดิมให้คงสภาพดีที่สุด แต่ยังคงสามารถรักษารูปแบบดั้งเดิมของศิลปะศรีวิชัยไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ถือเป็น องค์เดียวที่มีสภาพดีที่สุดในประเทศไทย
ในด้านประวัติศาสตร์ แม้ไม่ปรากฏหลักฐานผู้สร้างที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าสร้างขึ้นในช่วงที่เมืองไชยาเป็นศูนย์กลางสำคัญของอาณาจักรศรีวิชัย และเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันอารยธรรมที่มีอายุกว่า 1,200 ปี นอกจากนี้ยังมีตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับช่างชาวอินเดียสองพี่น้องชื่อ “ปะหมอ” และ “ปะหมัน” โดยปะหมอเป็นผู้สร้างองค์พระธาตุ และภายหลังถูกลงโทษจนเสียชีวิต ทำให้เกิดการสร้างรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแทนตัว ส่วนปะหมันได้ไปตั้งถิ่นฐานที่เกาะพัดหมัน ตำนานนี้สะท้อนความเชื่อและเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาในท้องถิ่น
พระบรมธาตุไชยายังถือเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพอย่างสูง ในอดีตคณะมโนราห์ที่เดินทางผ่านจะต้องแวะสักการะและรำถวาย หากไม่ปฏิบัติจะเชื่อว่าเกิดเหตุไม่ดี อีกทั้งยังมีความเชื่อเกี่ยวกับความอาถรรพ์ในพื้นที่ เช่น การเลี้ยงสัตว์ในบริเวณนี้แล้วเกิดเหตุผิดปกติ
ความสำคัญของพระธาตุไชยายังสะท้อนผ่านการที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้นำ องค์พระบรมธาตุเป็นตราประจำจังหวัด รวมถึงใช้เป็นสัญลักษณ์ในธงและเครื่องหมายลูกเสือ แสดงถึงการเป็นตัวแทนอัตลักษณ์ของจังหวัดอย่างแท้จริง จนมีคำกล่าวว่า “หากมาเที่ยวสุราษฎร์ธานีแล้วไม่ได้มานมัสการพระบรมธาตุไชยา ถือว่ายังมาไม่ถึง”
บรรยากาศภายในวัดมีความสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การไหว้พระ ทำสมาธิ และศึกษาประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่แสงแดดส่องกระทบองค์พระธาตุจะยิ่งขับให้เกิดความงดงามเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมี ประเพณีแห่ผ้าห่มพระธาตุ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สะท้อนถึงพลังศรัทธาของชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยว วัดพระบรมธาตุไชยาเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นแหล่งรวมทั้งศรัทธา ศิลปกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าไว้อย่างครบถ้วนในแห่งเดียว
가는 방법
-
รถยนต์: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 54 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 81 และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4011 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 137
-
รถไฟ: ลงสถานีรถไฟไชยา แล้วต่อรถรับจ้างเข้าสู่วัด
여행 팁
- แนะนำมาเวลา 08:00 – 10:00 น. แสงสวย อากาศไม่ร้อน
- แต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
- เดินชมระเบียงคดรอบองค์พระธาตุให้ครบทั้ง 4 ด้าน
- แนะนำเข้าชมพิพิธภัณฑ์ใกล้เคียงเพื่อเพิ่มความเข้าใจ
- อย่าลืมซื้อ ไข่เค็มไชยา ของฝากชื่อดัง
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมวัดฟรี
- พิพิธภัณฑ์: ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็กและนักเรียนเข้าชมฟรี
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน: 08:00 – 16:30 น.