อาสนวิหารแม่พระบังเกิด (Nativity of Our Lady Cathedral) ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่มีความเก่าแก่และสำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีจุดเริ่มต้นจากชุมชนคริสต์ริมแม่น้ำแม่กลองที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยก่อน เมื่อมีชาวจีนและชาวพื้นถิ่นบางส่วนเข้ามาตั้งถิ่นฐานและนับถือคริสต์ศาสนาร่วมกัน ต่อมาได้มีการสร้างโบสถ์ไม้ขนาดเล็กขึ้นเป็นศูนย์กลางทางศาสนาในชุมชน ก่อนที่ภายหลังบาทหลวงมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสชื่อเปาโล ซัลมอน จะเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาและผลักดันให้มีการสร้างอาสนวิหารถาวรขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ โดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2433 และใช้เวลาประมาณ 6 ปีจึงแล้วเสร็จ
ตัวอาคารของอาสนวิหารถูกออกแบบในสถาปัตยกรรมแบบ โกธิคยุโรป ที่เน้นความสูงโปร่ง ความสมมาตร และความสง่างามของเส้นสาย โดยมีลักษณะเด่นคือซุ้มโค้งแหลม หน้าต่างสูง และโครงสร้างที่ใช้การก่ออิฐฉาบปูนสีขาวซึ่งยังคงความคลาสสิกแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างชัดเจน ภายในอาคารมีการตกแต่งอย่างประณีตด้วยแท่นบูชา รูปปั้นนักบุญ และงานศิลป์ทางศาสนาแบบตะวันตก แต่สิ่งที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดคือกระจกสี (Stained Glass) ที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับพระแม่มารีและพระเยซู เมื่อแสงแดดส่องผ่านเข้ามาภายใน จะเกิดแสงสีที่สวยงามและสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก
นอกจากคุณค่าทางสถาปัตยกรรมแล้ว อาสนวิหารแห่งนี้ยังมีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชนคริสต์ในลุ่มน้ำแม่กลอง ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญ เช่น มิสซา งานคริสต์มาส และพิธีทางศาสนาต่าง ๆ รวมถึงเป็นสถานที่เรียนคำสอนและกิจกรรมของชุมชนคริสต์ท้องถิ่น อีกทั้งยังเคยได้รับผลกระทบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ภายหลังได้มีการบูรณะซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังคงสภาพสวยงามและรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี
โดยรอบของอาสนวิหารยังรายล้อมไปด้วยวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ สวนผลไม้ และบรรยากาศที่เงียบสงบตามแบบชนบทของสมุทรสงคราม ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงมีคุณค่าทางศาสนาและประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปะยุโรปกับวิถีชีวิตไทยริมแม่น้ำแม่กลองได้อย่างลงตัวอีกด้วย